วัฒนธรรมมุสลิมอังกฤษที่โรงเรียนอิสลามียา ลอนดอน

วัฒนธรรมมุสลิมอังกฤษที่โรงเรียนอิสลามียา ลอนดอน

ลอนดอน – “ผมรู้ว่าเรามาไกลมากแล้ว, เราเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ วัน, แต่บอกผมหน่อย, เด็กๆ ได้ไปเล่นสนุกกันที่ไหนหรือ?’ – แคท สตีเวนส์ (เนื้อร้องจากเพลง Where do the children play? ของแคท สตีเวนส์)

ภาพที่เด็กๆ ผู้หญิงกระโดดเชือก และเด็กผู้ชายเตะบอลลอยโด่งอยู่กลางสนามหน้าโรงเรียน สตีเวนส์, หรือตอนนี้รู้จักกันในนาม ยูซุฟ อิสลาม, ไม่จำเป็นต้องมองไปไกลกว่าโรงเรียนประถมอิสลามียา ที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนอีกแล้ว

อิสลามียา – โรงเรียนมุสลิมที่ได้รับทุนอุดหนุนจากรัฐบาลอังกฤษ – มีชื่อเสียงเรื่องผลการเรียนของนักเรียนที่อยู่ในระดับสุดยอดโรงเรียนหนึ่ง ของเกาะอังกฤษ อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายตั้งแต่ 11 กันยายนเรื่อยมา เริ่มมีการตั้งคำถามเรื่องการใช้เงินของผู้เสียภาษีมาสนับสนุนโรงเรียนอิส ลาม

โรงเรียน อิสลามียาเริ่มเปิดสอนในปี 1981 เป็นโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรของมุสลิมแห่งแรกในอังกฤษ และเริ่มได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในปี 1998

ผู้ที่สนับสนุนการให้ทุนอุดหนุนนี้คือ โทนี่ แบลร์ นายกฯ อังกฤษ ในบรรดาโรงเรียนศาสนาในอังกฤษที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล มี 7,000 แห่งเป็นโรงเรียนคริสต์, ทั้งคาทอลิกและเชิร์ชออฟอิงแลนด์, ส่วนโรงเรียนมุสลิมมีเพียง 6 แห่ง อีกสองแห่งเพิ่งได้รับอนุมัติ และร้อยละ 40 ของโรงเรียนอิสลาม 120 แห่งทั่วประเทศอังกฤษกำลังทำเรื่องขออยู่

โรงเรียน อิสลามียามีนักเรียนทั้งหมด 210 คน ได้รับยกย่องมากเรื่องผลการเรียนอันเยี่ยมยอดของเด็กๆ และคนทั่วไปรู้จักโรงเรียนนี้มิใช่เพราะผลการเรียนของเด็กอย่างเดียว แต่เพราะชื่อเสียงของยูซุฟ อิสลาม ผู้ก่อตั้งอีกด้วย

โรงเรียนนี้มีเด็กๆ เข้าคิวรอจะเรียน (เว็ทติ้งลิสต์) ถึง 3,500 คน แถมว่างๆ ยังมีผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาเยือนอีกเป็นระยะๆ เช่น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และ มุฮัมหมัด อาลี (แคสเซียส เคลย์)

“เว็ทติ้งลิสต์ของที่นี่ยาวเหยียดเพราะชื่อเสียงดี” กล่าวโดย อับดุลรามาน รัชตัน เด็กชายวัย 11 ขวบ “ผมดีใจมากเลยตอนที่โรงเรียนแสนวิเศษแห่งนี้ตอบรับผม”

ทำเกรดให้ดีๆ?

แม้เด็กๆ ที่นี่ทำเกรดได้ระดับสุดยอดของเกาะอังกฤษ แต่ก็เริ่มมีคำถามเรื่องการให้ทุนอุดหนุนโรงเรียน

“โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามโดยทั่วไปไม่ค่อยเหมาะกับการที่เด็กๆ ต้องใช้ชีวิตแบบมุสลิมในอังกฤษสมัยใหม่” เดวิด เบลล์ อดีตหัวหน้าผู้ตรวจการโรงเรียนของอังกฤษ กล่าวในการประชุมเมื่อปีก่อน

นักการเมืองบางรายก็ตั้งคำถามกับการที่รัฐใช้อุดหนุนโรงเรียนศาสนา (ทุกศาสนา) เช่น กัน แถมผลสำรวจของนสพ.การ์เดียนปีที่แล้วพบว่า กลุ่มตัวอย่างถึงสองในสามไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินภาษีประชาชนสนับสนุน โรงเรียนศาสนา

โดย เฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ระเบิดรถใต้ดินลอนดอนเมื่อซัมเมอร์ปีก่อน มีการส่งเสริมให้ชนกลุ่มน้อยพยายามกลมกลืนเข้ากับสังคมส่วนใหญ่ และพัฒนาไปสู่ความรู้สึกเป็น “อังกฤษ” เทรวาธานบอกว่า เด็กๆ จะมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าและปรับตัวได้อย่างดีหากคุณค่าของที่บ้านและ โรงเรียนสอดคล้องกัน

ในทางกลับกัน, หากไม่มีความสมดุลแล้ว เทรวาธานบอกว่า “อาจจะมีวิกฤติเรื่องความเป็นตัวตนที่นำไปสู่ความคิดสุดโต่ง เช่นโลกนี้มีเพียงสีขาวกับสีดำก็ได้”

ประเด็น นี้แตกต่างกันออกไปในประเทศยุโรป ตั้งแต่เนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีโรงเรียนมุสลิมที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลถึง 40 โรงเรียน ไปจนถึงฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลออกกฎห้ามคลุมฮิญาบหรือแต่งกายที่มีสัญลักษณ์ทางศาสนาในโรงเรียน ของรัฐทั่วประเทศ

‘กระโดดอับดุลลาฮ์’ กับวันธรรมดาๆ

ที่อิสลามียา เด็กๆ อายุตั้ง 4 จนถึง 11 ขวบ เรียน, เล่น, และละหมาดที่นี่ทุกวัน

สัปดาห์นี้ เด็กๆ ในหอประชุมของโรงเรียนกำลังซ้อม “การแสดงละคร”, ทั้ง “หนูน้อยกายกรรม”, “กระโดดอับดุลลาฮ์”, และ “แฝดดับเบิ้ลทรอบเบิล”

ใน ขณะที่ในมุมอื่นๆ ของโรงเรียน เด็กนักเรียนกำลังทำเค้ก อ่านหนังสืออังกฤษ และใจจดจ่อกับคอมพิวเตอร์ในห้องเรียนที่อุปกรณ์ทันสมัยครบครัน ตกแต่งด้วยตัวเลข, ตัวหนังสือ, ภาพวาด, และโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียน

เด็กๆ กำลังคุยกับผู้มาเยือนและไม่รอช้าที่จะเข้าโอบกอด และเทรวาธาน ครูใหญ่ของโรงเรียน รู้จักชื่อของเด็กนักเรียนทุกคน เทรวาธานเป็นคุณพ่อลูกดก เขามีลูกถึง 10 คน

ช่วงพักเรียน เด็กๆ กรูกันออกมาวิ่งเล่น เตะบอล กระโดดเชือก หัวเราะและไล่จับกันเหมือนเด็กนักเรียนในโรงเรียนอื่นๆ

แต่ที่อิสลามียา กลางสนามเด็กเล่น ตารางเล่นตั้งเตครึ่งหนึ่งเขียนเป็นภาษาอารบิก หอประชุมโรงเรียนถูกออกแบบมาให้คล้ายกับมัสยิด – เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงแยกละหมาดกันคนละฟากของหอประชุม – อาหารทุกอย่างฮาลาลหมด เด็กผู้หญิงอายุเกิน 8 ขวบต้องคลุมฮิญาบซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของชุดฟอร์มของโรงเรียน

ในห้องเรียนของชั้นอนุบาล เด็กๆ วัย 4-5 ขวบกำลังทาสีตัวอักษรอารบิก “ฮา” ไปพร้อมๆ กับภาพนก “ฮอดฮอด” เพื่อให้เด็กๆ ฝึกจำเสียง

ควบคู่ไปกับการเรียนตามหลักสูตรโรงเรียนประถมอังกฤษที่กำหนดโดยรัฐบาล “เรายังเรียนภาษาอารบิก, อัล-กุรอาน – ทั้งเขียนและศึกษา – และก็เรียนวิชาอิสลามศึกษา” รัชตันกล่าว เขาอายุ 11 ปีแล้ว เป็นลูกครึ่งอังกฤษ เช่นเดียวกับเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนนี้

“พ่อผมเป็นชาวอังกฤษ แม่มีเชื้อสายอินเดีย” เขากล่าว

สรรค์สร้างวัฒนธรรม ‘มุสลิมอังกฤษ’

โรงเรียนประถมอิสลามียาก่อตั้งโดย ยูซุฟ อิสลาม และ เทรวาธาน – หนุ่มผิวขาวจากนิวยอร์ก ผู้เปลี่ยนมารับอิสลามหลังใช้ชีวิตแบบฮิปปี้นานหลายปี ช่วงนั้นเขาเดินทางไปทั้งประเทศอัฟกานิสถาน อินเดีย และอัฟริกา – โรงเรียนอิสลามียาก่อตั้งขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้มีทางเลือกในการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการศึกษาอิสลาม

เทรวาธานบอกว่าเด็กนักเรียนในโรงเรียนนี้มีถึง 23 เชื้อชาติ “ที่นี่เรากำลังสร้างวัฒนธรรมของมุสลิมอังกฤษขึ้นมา เรามิได้อนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติอื่น”

“เรามีลักษณะของชนกลุ่มน้อยที่มีพื้นฐานเรื่องจิตวิญญาณ” เขากล่าว และว่าเด็กๆ ถูกฝึกให้เป็น “เซียนวิพากษ์” ที่ตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ตั้งแต่คุณค่าของสังคมบริโภคไปจนถึงสิ่งต่างๆ ที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับอิสลาม

เท รวาธานบอกว่า ในขณะที่คุณครูกำลังถกเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการในชั้นเรียน เด็กๆ ก็ถูกกระตุ้นให้ใช้วิจารณญาณของตัวเองในการพิจารณาและข้อข้อสรุปด้วยตัวเอง “พึงระลึกไว้ว่า มีครูสอนศาสนาอิสลามบางคนก็เห็นด้วยกับทฤษฎีวิวัฒนาการ แต่บอกว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระเจ้า”

การเมืองระหว่างประเทศแทรกซึมเข้ามา

เมื่อถูกถามว่าอะไรที่ทำให้โรงเรียนของเขาพิเศษกว่าโรงเรียนอื่นๆ รัชตันตอบว่า “อิส ลามียาช่วยมุสลิมเยอะมาก เพราะว่าที่ลอนดอนมีมุสลิมจำนวนมากที่ไม่ละหมาด และไม่ทำในสิ่งที่พวกเขาควรทำ โรงเรียนนี้กระตุ้นให้คุณทำในสิ่งที่คุณต้องทำ นั่นละคือความแตกต่าง”

แต่ในขณะที่โรงเรียนได้พยายามอย่างหนักที่จะเป็น “สวรรค์ที่ปลอดภัย” สำหรับเด็กๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างนอกก็ยังเข้ามารบกวนชีวิตเด็ก

หลังเหตุการณ์ 11 กันยายนแล้ว “เด็กๆ รู้สึกผิด” เทรวาธานกล่าว

“พวกเขาหันกลับไปถามตัวเองว่า คนในสังคมของฉันทำหรือเปล่า? พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นี้หรือ? พ่อ-แม่ฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไหม? และตัวฉันเองล่ะมีส่วนด้วยไหม? เป็นภาวะชอกช้ำทางจิตใจที่ร้ายแรงมาก เราได้พูดกันถึงความรู้สึกเหล่านั้น – เราพูดถึงว่า คนที่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ช่างไร้สติเสียจริงๆ และบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดของพวกหนู” เขากล่าว

ด้วยความรู้สึกต่อต้านอิสลามที่เพิ่มขึ้น นักเรียนและครูบางคนเจอปัญหาเหมือนกัน

“เด็กบางคนในละแวกบ้านไม่ยอมเล่นกับผมเพราะผมเป็นมุสลิม” รัชตันกล่าว

อคติ

ใน ขณะที่ครูและนักเรียนที่นี่จัดการกับเหตุการณ์ช่วงระเบิดในรถไฟใต้ดินที่ กรุงแมดริด สเปน และลอนดอนได้ดี แต่ตอนเกิดเหตุการณ์สหรัฐฯ รุกรานอัฟกานิสถานและอิรัก, รวมทั้งเรื่องในตะวันออกกลาง, มีอิทธิพลต่อเด็กนักเรียนที่มีญาติๆ อยู่ในประเทศเหล่านั้น

เท รวาธานบอกว่า เด็กนักเรียนที่นี่ถูกสอนว่าอย่าเข้าข้างเหยื่อที่ถูกกระทำและตำหนิโลกนี้ ต่อปัญหามุสลิมแบบตะพึดตะพือ แต่ให้อยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมได้อย่างดี

“บางทีเราเจอว่าเด็กๆ ถูกสอนอะไรมาจากที่บ้าน – ไม่บ่อย, แต่ก็มีละ” เขากล่าว

เท รวาธานกล่าวว่า การให้เด็กๆ ได้ออกไปร่วมกิจกรรมต่างๆ กับเด็กชาวคริสเตียนและเด็กยิว เปิดโอกาสให้เด็กมุสลิมได้เจอกับเพื่อนนักเรียนที่มิใช่มุสลิม

รัชตันกล่าวถึงการที่ปีหน้าเขาต้องไปเรียนในโรงเรียนที่มิใช่โรงเรียน มุสลิมแล้ว “ผม ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียนร่วมกับเด็กที่มิใช่มุสลิมหรอก เพราะผมก็ได้เรียนรู้อะไรที่แตกต่างกันไปจากพวกเขาด้วย แต่ผมรู้สึกดีกว่าที่จะเรียนในบรรยากาศที่มีเด็กที่เหมือนๆ กับผมและทำในสิ่งเดียวกัน”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: