ศาสนวินัย นิติศาสตร์และการพิพากษา

  1. วาญิบ คือหลักปฏิบัติภาคบังคับที่มุกัลลัฟ (มุสลิมผู้อยู่ในศาสนนิติภาวะ) ทุกคน ต้องปฏิบัติตาม ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกลงทัณฑ์ เช่นการปฏิบัติตาม ฐานบัญญัติของอิสลาม (รุกน) ต่าง ๆ การศึกษาวิทยาการอิสลาม การทำมาหากินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว เป็นต้น
  2. ฮะรอม คือกฏบัญญัติห้ามที่มุกัลลัฟทุกคนต้องละเว้น ผู้ที่ไม่ละเว้นจะต้องถูกลงทัณฑ์
  3. ฮะลาล คือกฏบัญญัติอนุมัติให้มุกัลลัฟกระทำได้ อันได้แก่ การนึกคิด วาจา และการกระทำที่ศาสนาได้อนุมัติให้ เช่น การรับประทานเนื้อปศุสัตว์ที่ได้รับการเชือดอย่างถูกต้อง การค้าขายโดยสุจริตวิธี การสมรสกับสตรีตามกฏเกณฑ์ที่ได้ระบุไว้ เป็นต้น
  4. มุสตะฮับ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ซุนนะฮฺ (ซุนนะห์, ซุนนัต) คือกฏบัญญัติชักชวนให้มุสลิม และมุกัลลัฟกระทำ หากไม่ปฏิบัติก็ไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนศาสนวินัย โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับหลักจริยธรรม เช่นการใช้น้ำหอม การขริบเล็บให้สั้นเสมอ การนมาซนอกเหนือการนมาซภาคบังคับ
  5. มักรูฮฺ คือกฏบัญญัติอนุมัติให้มุกัลลัฟกระทำได้ แต่พึงละเว้น คำว่า มักรูหฺ ในภาษาอาหรับมีความหมายว่า น่ารังเกียจ โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับหลักจริยธรรม เช่นการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นน่ารังเกียจ การสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ขัดต่อกาลเทศะ เป็นต้น
  6. มุบาฮฺ คือสิ่งที่กฏบัญญัติไม่ได้ระบุเจาะจง จึงเป็นความอิสระสำหรับมุกัลลัฟที่จะเลือกกระทำหรือละเว้น เช่นการเลือกพาหนะ อุปกรณ์เครื่องใช้ หรือ การเล่นกีฬาที่ไม่ขัดต่อบทบัญญัติห้าม

ฐานบัญญัติอิสลาม (รุกุน) ของซุนนีย์

  1. การปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอหฺและมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอหฺ
  2. ดำรงการละหมาด วันละ 5 เวลา
  3. จ่ายซะกาต
  4. ถือศีลอดในเดือนรอมะฎอนทุกปี
  5. บำเพ็ญฮัจญ์ หากมีความสามารถ

ฐานบัญญัติศาสนาชีอะฮฺ

  1. ดำรงการนมาซ วันละ 5 เวลา
  2. จ่ายซะกาต
  3. จ่ายคุมสฺ นั่นคือ จ่ายภาษี 1 ใน 5 ให้แก่ผู้ปกครองอิสลาม
  4. บำเพ็ญฮัจญ์ หากมีความสามารถทั้งกำลังกาย และกำลังทรัพย์
  5. ถือศีลอดในเดือนรอมะฎอนทุกปี
  6. ญิฮาด นั่นคือการปกป้องและเผยแผ่ศาสนาด้วยทรัพย์และชีวิต
  7. สั่งใช้ในสิ่งที่ดี
  8. สั่งห้ามไม่ให้ทำชั่ว==>แต่ 9 ใน 10 ของศาสนาชีอะห์คือการมุตอะห์(การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ผ่านการแต่งงาน)
  9. การภักดีต่อบรรดาอิมามอันเป็นผู้นำที่ศาสนากำหนด
  10. การตัดขาดจากศัตรูของบรรดาอิมามอันเป็นผู้นำที่ศาสนากำหนด

กฎบัญญัติห้ามในอิสลาม (ฮะรอม)

  1. การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ
  2. การแหนงหน่ายต่อความเมตตาของอัลลอฮฺ
  3. การหมดหวังในความเมตตาต่ออัลลอฮฺ
  4. การเชื่อว่าสามารถรอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺ
  5. การสังหารชีวิตผู้ไม่มีความผิด
  6. การเนรคุณต่อมารดาและบิดา
  7. การตัดขาดจากญาติพี่น้อง
  8. การกินทรัพย์สินของลูกกำพร้าโดยอธรรม
  9. การกินดอกเบี้ย
  10. การผิดประเวณี
  11. การรักร่วมเพศระหว่างชาย
  12. การใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ว่าทำผิดประเวณีหรือรักร่วมเพศ
  13. การดื่มสุราเมรัยหรือทำการใดที่เกี่ยวข้องกับสุราเมรัย
  14. เล่นการพนัน
  15. การอยู่กับการละเล่นบันเทิง
  16. การฟังหรือขับร้องเพลงและเล่นดนตรี
  17. การพูดเท็จ
  18. การสาบานเท็จ
  19. การเป็นพยานเท็จ
  20. การไม่ยอมให้การหรือเป็นพยาน
  21. การผิดสัญญา
  22. การทำลายไม่รับผิดชอบสิ่งที่ได้รับมอบหมาย
  23. การขโมยลักทรัพย์
  24. การหลอกลวง
  25. การรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่ได้มาโดยทุจริตวิธี
  26. การไม่ยอมจ่ายหนี้หรือเหนี่ยวรั้งทรัพย์สินของผู้อื่น
  27. การหนีจากสงครามศาสนา
  28. การกลับคืนสู่อวิชชาหลังจากได้เรียนรู้สัจธรรมอิสลามแล้ว
  29. การฝักใฝ่กับผู้อธรรม
  1. การไม่ช่วยเหลือผู้ถูกอธรรม
  2. การเรียนและทำคุณไสย
  3. ความฟุ่มเฟือย
  4. ความเย่อหยิ่งทรนง
  5. การต่อสู้กับศรัทธาชน
  6. รับประทานซากสัตว์ เลือด เนื้อสุกร และสัตว์ที่ไม่ได้ถูกเชือดตามหลักศาสนา
  7. การละทิ้งการนมาซ (ละหมาด)
  8. การไม่จ่ายซะกาต
  9. การไม่ใยดีต่อการทำฮัจญ์
  10. การละทิ้งกฎบัญญัติศาสนา เช่น การถือศีลอด ญิฮาด การสั่งทำความดี การห้ามทำความชั่ว
  11. การทำบาปเล็กบาปน้อยจนเป็นกิจวัตร
  12. การนินทากาเล
  13. การยุยงให้ผู้คนแตกแยกกัน
  14. การวางแผนหลอกลวงผู้อื่น
  15. อิจฉาริษยา
  16. การกักตุนสินค้าจนทำให้ข้าวยากหมากแพง
  17. การตั้งตัวเป็นศัตรูต่อศรัทธาชน
  18. การรักร่วมเพศระหว่างหญิง
  19. การเป็นแมงดาหรือแม่เล้าติดต่อให้แก่โสเภณี การยินยอมให้ภรรยาและบุตรีผิดประเวณี
  20. การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง (มีทัศนะว่า น่ารังเกียจ)
  21. การทำการอุตริในศาสนา
  22. การพิพากษาคดีด้วยความฉ้อฉล
  23. การทำสงครามในเดือนต้องห้ามทั้งสี่ คือ ซุลกออิดะฮฺ ซุลฮิจญะหฺ มุฮัรรอม และรอญับ นอกจากจะเป็นฝ่ายถูกรุกราน
  24. การล่วงละเมิดสิทธิของศรัทธาชนด้วยการล้อเล่น ลบหลู่ ดูหมิ่น เหยียดหยาม ด่าทอ
  25. การหักห้ามกีดกันผู้อื่นเข้าสู่สัจธรรม
  26. การเนรคุณต่อคุณงามความดีของอัลลอหฺ
  27. การก่อเหตุวุ่นวายในสังคม
  28. การขายอาวุธแก่ที่ก่อความไม่สงบสุข
  29. การใส่ร้ายผู้อื่น
  30. การไม่ให้ความเคารพต่ออัลลอฮฺ
  31. การลบหลู่ดูหมิ่นต่อกะอฺบะฮฺ
  32. การลบหลู่ดูหมิ่นต่อมัสยิด
  33. การที่บุรุษสวมใส่ผ้าไหมและผ้าแพร
  34. การใช้ภาชนะทำด้วยทองคำและเงิน
  • ด้านสิทธิมนุษยชน (Apostasy in Islam) ในมุมมองของคนไม่ใช่มุสลิม กฎหมายอิสลามมีการลงโทษที่รุนแรงเกินโทษที่ควรได้รับ เช่น เรื่องสิทธิสตรี ความถูกเอารัดเอาเปรียบไม่เท่าเทียมกันของทั้งสองเพศ ได้แก่เรื่อง การแต่งงาน , การหย่า ,สิทธิทั่วไป , สิทธิทางกฎหมาย , การแต่งกาย,และโอกาศที่ได้รับในการศึกษา เป็นต้น อีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือ การลงโทษประหารชีวิตพวกรักร่วมเพศในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีกฎหมายเรื่องการสมรสระหว่างเพศเดียวกันได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: